มนุษย์เรามีวิญญาณ ซึ่งเรามองไม่เห็นวิญญาณแต่เราสามารถสังเกตเห็นปรากฏการณ์
การแสดงออก ของวิญญาณได้เหมือนกับ "ลม" เรามองไม่เห็นลม แต่เราสามารถรู้ว่ามีลม
โดยดูจากปรากฏการณ์ของ มันได้ เช่นเดียวกันวิญญาณของมนุษย์มีจริงหรือไม่
ก็ดูได้จากปรากฏการณ์การแสดงออกของวิญญาณ เมื่อเราเดินกลับบ้าน เราเห็นสุนัขที่บ้านวิ่งมาต้อนรับเรา
เราไม่พูดพล่ำทำเพลง เต๊ะเปรี้ยงไปที่ตัวมัน มันจะร้องเอ๋ง…และวิ่งหนี
พอสักครู่เราเรียกมันมากินไก่ย่าง มันก็วิ่งกระดิกหางเข้ามาแล้ว แต่ถ้าเราเดิน
กลับบ้านเจอน้องเราวิ่งมาต้อนรับ เราไม่พูดพล่ำทำเพลง เต๊ะเปรี้ยงไปที่ก้นของน้องเรา
เขาร้องไห้ เพราะความเจ็บ สักครู่เราบอกว่ามากิน KFC ..คุณคิดว่าเขาจะมากินหรือ?..ไม่มีทางเด็ดขาด
เมื่อเรา เต๊ะสุนัข มันแค่เจ็บกาย แต่มนุษย์เราจะเจ็บทั้งกายและเจ็บทั้งใจ
เมื่อสุนัขขี้เรื้อนตัวหนึ่ง คุ้ยเขี่ย เศษอาหาร ที่กองขยะ มันจะไม่รู้สึกน้อยใจ
อาภัพในวาสนา หรือ รู้สึกเศร้าใจที่ไม่มีใครสนใจมันอย่างแน่นอน เพราะมันเป็นสัตว์
มันไม่มีวิญญาณเหมือนมนุษย์เรา แต่ถ้ามนุษย์เราไม่มีใครสนใจเขา ให้ความสำคัญ
หรือ มองเหมือนเขาไม่มีชีวิตอยู่ในโลกเขาจะรู้สึกอย่างไร?…เมื่อสุนัขตัวผู้เดินหางตก
เพราะสุนัขตัวเมีย ไม่สนใจมัน(ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Broken heart dog)
ขณะนั้นมันเดินอยู่แถวทางรถไฟ พอดีรถไฟ วิ่งมาขบวนหนึ่ง คุณคิดว่า มันจะกระโดด
ให้รถไฟทับตายไหม? ไม่มีทางเด็ดขาด คุณจะไม่มีทาง เคยเห็นสุนัข หรือสัตว์ตัวใด
มันฆ่าตัวตาย เป็นอันขาด นอกจากมนุษย์ นั่นเป็นเพราะสัตว์มันไม่มีวิญญาณ
เหมือนกับมนุษย์เรา เมื่อมันเจ็บมันเจ็บแค่กาย แต่มนุษย์เรานั้น เจ็บทั้งกายและจิตใจ(จิตวิญญาณ)
และพระคัมภีร์ยังได้บอกอย่างชัดเจนว่า เพราะเหตุที่มนุษย์เรา มีวิญญาณนี่เอง
จึงทำให้มนุษย์เรา มีคุณค่ามากที่สุด ในท่ามกลางสรรพสิ่ง ที่พระองค์ทรงสร้าง
ในตัวของมนุษย์เรานี้ มีส่วนผสม ทั้ง วัตถุ พืช สัตว์ และจิตวิญญาณ ที่มาจากพระเจ้า
ถ้ามนุษย์ ไม่มีจิตวิญญาณแล้ว คุณค่าของเขา สู้วัวตัวหนึ่ง ยังไม่ได้เลย
อะไร ในตัวของมนุษย์ที่เป็นวัตถุ นั่นก็คือ พวกหินปูน ที่เกาะอยู่ที่ฟัน
(ที่มีส่วนผสม ของน้ำลาย ของมนุษย์) ขี้ไคล ขี้ตา ส่วนที่เป็นเหมือนพืช
ก็คือ เล็บ ผม ซึ่งเวลาเราตัดมันก็ไม่รู้สึกเจ็บ และมันก็งอกใหม่ได้เรื่อยๆ
ส่วนสิ่งที่เหมือนสัตว์ก็คือความรู้สึกเจ็บทางร่างกาย หิว ดีใจ เหล่านี้
(เราลองเอานิ้วหยิกแมวกับหยิกเนื้อของเราเอง ก็จะรู้ได้) และแต่ถ้ามนุษย์
ไม่มีวิญญาณแล้ว ดังผมที่บอกข้างต้น เขาก็มีราคา สู้วัวตัวหนึ่ง ยังไม่ได้เลย
แต่การที่มนุษย์ เรารู้ว่าชีวิตของเรา มีคุณค่ามากที่สุด ก็เพราะเรา มีจิตวิญญาณ
ที่พระเจ้า ทรงประทาน ให้นั่นเอง
แต่น่าเศร้าใจที่มนุษย์เรากลับใช้ชีวิตของตนเองอย่างไร้ค่า และไม่เชื่อฟังกฏเกณฑ์ของพระเจ้า
ดังนั้นเขาจึงล้มลงในความผิดบาป พระคัมภีร์บอกว่าชัดเจนว่า เมื่อมนุษย์เราล้มลงในบาป
วิญญาณนั้น ตายสนิท แต่คนที่เชื่อ ในพระเยซูคริสต์ ได้รับความรอดแล้ว พระเจ้าจะทรง
ประทานชีวิตใหม่ ให้แก่เขา ดังนั้น วิญญาณของเขา จะเริ่มฟื้นขึ้น เขาจะมี
การเคลื่อนไหวของชีวิตใหม่เหมือน "ลม" เรามอง ไม่เห็นลม แต่เรารู้ว่ามีลม
เพราะเห็นการเคลื่อนไหวของวัตถุ…(บางคนแรง บางคนเอื่อย แต่ยังไงก็ยังมี
การเคลื่อนไหว) เช่นเดียวกัน เมื่อคนหนึ่งรอดแล้ว เราจะเห็น การปรากฏการณ์
การเคลื่อนไหว 3 ประการ นี้ (จะต้องมี อย่างแน่นอน เด็ดขาด ถ้าเรายัง ไม่เคยมี
ปรากฏการณ์ 3 ประการนี้ ต้องทูลขอ การกลับใจใหม่ ได้แล้ว เพราะนั่นเป็น
เครื่องหมาย ว่าเรายังไม่รับ ความรอด หรือเรากำลังเชื่อไม่จริง) ปรากฏการณ์นี้
โดยทั่วไป คนภายนอก จะสังเกตเห็นได้ แต่บางปรากฏการณ์ อาจจะไม่แสดง ออกมาภายนอก
เพราะบุคคลิค ของคนเรา ไม่เหมือนกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่คน คนนั้นจะรู้เอง
ระหว่างเขากับพระเจ้า
==========================
ที่มา: หนังสือ "ความมั่นใจในความรอด และคำถามต่าง ๆ สำหรับคริสเตียนใหม่"
โดย : อาจารย์นิกร สิทธิจริยาภรณ์
ศูนย์ส่งเสริมการประกาศในกลุ่มคริสตจักร CCMA
