เมื่อเราเอาสิ่งของมาวางทับ คนเป็น กับ คนตาย คนที่มีชีวิตจะรู้สึกว่าหนักแน่นอน
แต่คนที่ ตายแล้ว ต่อให้เอาสิบล้อมาทับก็เฉยๆ เมื่อเราเอามีดกรีดซากศพ
กับกรีดคนที่ยังมีวิตอยู่ความรู้สึก ต่างกันเหมือนกับเราพอมีบาดแผล เราก็จะเจ็บ(และถ้าใครไปตอกย้ำ
บดขยี้แผลของเรา เรายิ่งเจ็บ) แต่ลักษณะของสิ่งที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างหนึ่งก็คือ
เมื่อมันมีบาดแผลร่างกายจะค่อย ๆ สมานหรือ ซ่อมแซมบาดแผลนั้น ซึ่งต้องใช้เวลา
เมื่อคนหนึ่งได้เชื่อในพระเยซูคริสต์อย่างแท้จริง เมื่อเขาทำบาป ความรู้สึกจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เขาจะรู้สึกเจ็บปวดใจ(ถ้าใครมาพูด หรือมาย้ำความผิดของเขา เขาจะรู้สึกเจ็บปวดมาก)
แต่นั่นเป็นลักษณะของชีวิตใหม่ ที่พระเจ้าทรงประทานให้และต้องใช้เวลา กว่าความรู้สึกเจ็บ
จะหายไป(เมื่อคริสเตียนทำบาป แน่นอนพระเจ้าทรงอภัย แต่ผลที่เขา ได้รับจาก
การทำบาป เจ็บกว่าคนไม่เชื่อหลายร้อยเท่า) และเมื่อบาดแผลหายแล้ว พวกเรา
ที่เป็นคริสเตียน ก็ควรจะระวัง อย่าตั้งใจทำให้เกิดแผลอีก เป็นอันขาด (ถ้าใครตั้งใจเอามีดมากรีด
ตัวเองให้เป็นแผล นั่นคงเป็นคนที่ไม่ค่อยมีสิตสัมปะชัญญะเท่าไหร่)
หลายคนเมื่อเป็นคริสเตียนแล้ว โดยธรรมดาเขาจะรู้สึกว่าเขาทำบาปมากกว่าเดิม
แต่แท้จริง แล้วเขาไม่ใช่ทำบาปมากกว่าเดิมเขาทำบาปน้อยลงแต่การที่เขารู้สึกว่ามากขึ้น
นั่นเป็นเพราะว่า เขามีชีวิตใหม่แล้ว ดังนั้นเขาจึงไวต่อความผิดบาปที่เข้ามาในชีวิต
จึงทำให้รู้สึกว่า ทำบาปมากลง แต่ตรงกันข้าม เขายิ่งมาจะยิ่งทำบาปน้อยลงอย่างแน่นอน
อยากทำตามพระวจนะของพระเจ้าและเกลียดชังความบาป
แต่ก่อนชีวิตเก่าเราเป็นเหมือนหมูชอบสิ่งโสโครก และ ทำตามที่ตนเองเห็นชอบ
อยากทำอะไร ก็ทำโดยไม่แคร์ใครถูกผิดขึ้นอยู่กับความคิดและมาตรฐานของตัวเอง
แต่เมื่อเราเชื่อในพระเยซูคริสต์ พระเจ้าจะทรงเปลี่ยนเราจากหมูให้เป็นแมว(เมื่อเราโยนหมูที่ล้างสะอาดแล้วลงโคลนมัน
ไม่วิ่งหนี แต่จะนอนแช่ แต่ถ้าเราโยนแมวลงไป มันจะตะกุยหนีจากโคลนนั้น)
เมื่อเราได้เชื่อใน พระเยซูคริสต์ ลึกภายในจิตใจของเราจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเราเริ่มที่อยากจะทำตามที่พระเจ้า
ทรงเห็นชอบ เราเริ่มที่จะยอมเชื่อฟังพระคำของพระเจ้าและเอาพระคำของพระเจ้ามาเป็น
มาตรฐานในการดำเนิน ชีวิตและเริ่มที่อยากจะเรียนรู้ว่าพระเจ้ามีพระประสงค์ให้เราดำเนินชีวิต
อย่างไร เราลองสังเกตดู จิตใจของเรา เวลานี้ก็ได้ว่าเป็นเช่นนี้ไหมก็จะรู้ได้ว่าเรามีชีวิตใหม่แล้ว
คนรอบข้างของเขาจะเริ่มสังเกตเห็น(โรม 10.9 )
นี่เป็นสิ่งที่ท้าทายและประกาศความเชื่อของเขา เมื่อคนหนึ่งเชื่อในพระเยซูคริสต์
เขาจะต้อง มาถึงจุดที่ประกาศตัวเองว่าเขาเป็นคริสเตียน (ซึ่งการประกาศตัวเช่นนี้
ไม่ใช่เรื่องน่าอายหรือเป็นสิ่ง น่าอายเลย เพราะว่านี่คือความจริง พระคัมภีร์เรียกคน
ที่กล้ายอมรับว่า ตัวเองเป็นคริสเตียนว่า "คนกล้า" เพราะเขายอมรับในสิ่งที่จริง
แม้จะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม แต่พระคัมภีร์เรียกคนเหล่านั้น ที่รู้ว่าอะไรจริงแล้วมั่นใจแล้วแต่ไม่กล้ายอมรับ
กลัวคน กลัวโน่นกลัวนี่ว่า "คนขลาด") และถ้า คนคนนั้นเชื่อในพระเยซูคริสต์จริง
ชีวิตของเขาจะเริ่มเปลี่ยนแปลงและยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง เมื่อเป็นเช่นนี้ชีวิตของเขาจะมีอิทธิพลต่อทุกคนที่อยู่รอบข้างเขาอย่างแน่นอน
==========================
ที่มา: หนังสือ "ความมั่นใจในความรอด และคำถามต่าง ๆ สำหรับคริสเตียนใหม่"
โดย : อาจารย์นิกร สิทธิจริยาภรณ์
ศูนย์ส่งเสริมการประกาศในกลุ่มคริสตจักร CCMA
